สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ NT Education 
Tel.088-238-5562,02-678-2071-2
LineID:@nteducation

 

 

รายละเอียดมหาลัยแพทย์อินเตอร์

นักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ Capital Medical University

บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึก

ประสบการณ์ตรงจากนักศึกษาแพทย์อินเตอร์ ปักกิ่ง

 

 

คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสังคมในอดีตมีความแตกต่างกับสังคมในปัจจุบันเป็นอันมาก ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิต การงาน อาชีพ และเรื่องอื่นๆที่เข้ามามีอิทธิพลในชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเลือกเพื่อที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีคือ โอกาสทางการศึกษา การเลือกโอกาสทางการศึกษานั้นมีหลายรูปแบบ โดยขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้ศึกษาที่จะต้องนำความรู้ต่างๆเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต

 

          สวัสดีครับ ผม นายพชร คล้ายทับทิม (เพชร) ตอนนี้กำลังเป็นนักศึกษาของ มหาวิทยาลัย Capital Medical university ( 首都医科大学 ) อยู่ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัย Capital Medical University ( 首都医科大学 ) ตั้งอยู่ในส่วนทางใต้ของเมืองปักกิ่งครับชื่อย่านคือ you an men wai ( 右安门外 ) ตั้ง

อยู่ไม่ไกลใจกลางเมืองของปักกิ่ง การคมนาคมในบริเวณมหาวิทยาลัยถือว่าสะดวกสบายในระดับหนึ่งครับเพียงนั่งรถประจำทางไม่กี่ป้ายก็ถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน คนที่อยู่ในเมืองปักกิ่งที่นี่จะใช้รถไฟฟ้าใต้ดินในการคมนาคมครับเพราะมีความสะดวกและรวดเร็วและประเด็นสำคัญคือราคาของรถไฟฟ้าใต้ดินมีราคาประมาณ 2 หยวนตลอดการเดินทาง หมายถึงว่าถึงแม้น้องๆจะเปลี่ยนสายกี่สายก็ต้องตามก็ยังมีราคาคงเดิมคือ 2 หยวนเท่านั้นครับ

 

          ในส่วนของตัวมหาวิทยาลัยเองเนื่องจากเพิ่งมีการปรับปรุงในส่วนของนักเรียนต่างชาติและจำนวนนักเรียนต่างชาติเพิ่มขึ้นทางวิทยาลัยจึงได้มีการดำเนินการเปิดตึกแยกเป็นตึกเฉพาะของนักเรียนต่างชาติทางด้านหลังของมหาวิทยาลัย มีชื่อว่า International school of Capital Medical university ( 首都医科大学国际学院 )  ชั้นล่างเป็นห้องเรียนและทางด้านห้องดำเนินการต่างๆ ส่วนชั้นบนจะเป็นหอพักนักศึกษาโดยถือว่ามีความสะดวกพอควร ในความเป็นจริงน้องๆทุกคนอาจคิดว่าแบบนี้ก็ง่ายซิเราสามารถโดดเรียนได้ และมหาวิทยาลัยนี้มีการเข้มงวดกวดขัน ในการเข้าเรียนมาก เพราะ ในเวลาส่วนใหญ่จะมี Adviser ประจำปีมาเช็คชื่อและถ้าน้องคนใดไม่มาเข้าเรียนจะมีการโทรตามหรือถ้าบ่อยหรือนานเกินไปในบางเคสจะมีการเปิดห้องแล้วไปปลุกถึงเตียงเลยก็ว่าได้ (ประสบการณ์ตรงจากรุ่นพี่นะครับ หุหุ ) แต่วิชาบางวิชาก็จำเป็นต้องไปเรียนใน Main campus อยู่ครับ เช่นการทดลองในวิชาเรียน แม้ตึก International school of Capital Medical university จะอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยแต่ในความเป็นจริงแล้วการรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีความยิ่งหย่อนไปเลยเพราะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าออกตึกได้ในเวลากลางคืน หรือแม้กระทั่งในเวลาดำเนินการถ้าจะเข้าพบ บางครั้งยังจำเป็นต้องมีหนังสือขอเข้าพบเท่านั้นและไม่อนุญาตให้ บุคคลภายนอกเข้าไปยังหอพักนักศึกษาด้านบนอีกด้วย มาถึงในเรื่องที่สำคัญที่สุด และเป็นเรื่องที่ตอบได้ลำบากมากที่สุดคือเรื่อง การเรียนการสอน เพราะด้วยเนื่องจากการตัดสินว่าการเรียนการสอนดีหรือไม่ คงเป็นเรื่องของความพึงพอใจมากกว่า แต่ผมจะขออนุญาตอธิบายคร่าวๆ และต้องขอเชิญน้องมาสัมผัสเอง การเรียนการสอนนี้จะมีทั้งสิ้น 6 ปี โดยปีสุดท้ายจะเรียกกันว่า Internship การเรียนการสอนที่นี่ในส่วนของปีที่ 1 ในขณะที่ผมได้ศึกษาอยู่จะมีเป็นวิชาพื้นฐานทั้งหมด อาธิเช่น Medical physics , General Chemistry , Advance of Mathematic , P.E. , General information of China , Physics & Chemical experiments , Terminology รวมถึงวิชา ภาษาจีน โดยที่นี่วิชาภาษาจีนจะเน้นไปในด้านทักษะของการสนทนาครับ เพราะเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเรียนภาษาจีนในทักษะอื่นๆนอกเวลา แต่มหาวิทยาลัยเล็งเห็นความสำคัญในการสนทนากับทางคนไข้มากที่สุด จึงได้มีการเน้นทักษะในด้านนี้ด้วยครับ ในความคิดเห็นส่วนตัวการเรียนในมหาวิทยาลัย อาจารย์ทุกท่านมีความตั้งใจและเอาใจใส่นักเรียนทุกคนในระดับที่ผมพอใจเลยก็ว่าได้ เช่น การสุ่มเลขที่ในการตอบคำถามในชั้นนั่นหมายถึงว่า น้องๆทุกคนต้องเตรียมตัวตอบคำถามอยู่ทุกวินาทีและต้องตั้งใจฟังในทุกการบรรยายจากทางอาจารย์ หรือแม้กระทั้งการให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียน เช่น การยกมือถามคำถาม จากการสังเกตุจะเห็นได้ว่าอาจารย์ทุกท่านมีความตั้งใจในการตอบคำถามและอธิบายอย่างเต็มความสามารถและยังให้โอกาสนักเรียนทุกคนเข้าไปถามนอกเวลาเรียนได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นจากการสังเกตุผมเชื่อว่า ถ้าน้องๆมีความตั้งใจจริงกับการเรียนแพทย์ ณ มหาวิทยาลัย ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารส่วนใหญ่ในการเรียนคือภาษาอังกฤษโดยเมื่อน้องๆมาถึงมหาวิทยาลัย จะมีการทดสอบ ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐาน โดยถ้านักเรียนคนใดมีพื้นฐานในด้านภาษาอังกฤษที่ไม่ดี มหาวิทยาลัยยินดีปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษของน้องๆทุกคนครับ

 

          สุดท้ายนี้อย่างฝากถึงน้องๆทุกคนที่จะเข้ามาเป็นน้องของพี่ ทั้งจากที่ไหนก็ตาม เราคงไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนครับ ว่ามหาวิทยาลัยนี้จะทำให้น้องถึงไปถึงฝั่งฝันที่น้องๆและผมตั้งใจหรือไม่ จริงอยู่ส่วนหนึ่งที่ต้องการจากการให้ความรู้จากคณาจารย์ทุกท่านซึ่งผมคิดว่าส่วนนี้ไม่มีปัญหาอะไรเพราะอาจารย์ทุกท่านมีความตั้งใจในการให้ความรู้กับน้องๆทุกคน และอีกส่วนหนึ่งคงมาจากน้องๆทุกคนว่าเราจะสามารถเก็บเกี่ยวอะไรจากมหาวิทยาลัยได้มากแค่ไหน ส่วนที่สองนี่ซิที่สำคัญและเป็นส่วนที่น้องๆทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองโดยอาศัยคำสอนของพ่อผมเอาไว้ ท่านบอกว่าสิ่งสองสิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จคือ สติ และ ตั้งใจ บวกกับความฝันที่แน่วแน่ ผมเชื่อแน่ว่าหลายคนที่ได้อ่านความคิดเห็นของพี่ก็คิดว่า...เรามันหัวไม่ดี ไม่เก่ง แต่น้องลืมอะไรเปล่าครับว่าหลายความสำเร็จที่อยู่ใกล้ตัวนั้น ความฉลาดมันแค่น้อยนิด และความพยายามนี่ซิที่ต้องอาศัยมาก เช่น คนที่คนทั้งโลกหาว่าเค้าบ้าและตอนนี้กลับเป็นหนี้บุญคุณของตัวเขาคนนั้นคือ โทมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการตราหน้าว่าหัวไม่ดีที่สุดในวงการ แต่ด้วยความพยายามของเขากว่า  1,000 ครั้ง โดยนักวิทยาศาสตร์ในทีมของเขาได้แต่บอกว่า “ถ้าคุณจะทำ..คุณก็ทำไปคนเดียวเถอะนะ” เค้าไม่เคยยอมแพ้กับความฝันของตัวเขาเลยเขายังมีความศรัทธา และเชื่อมั่นว่ายังทำได้ โดยเขาเชื่อว่า ถ้าฉันแพ้ 1,000 ครั้งและฉันหยุดแล้วถ้าครั้งต่อไปมันสำเร็จหละ ฉันจะไม่เสียดายแย่หรือ ครั้งสุดท้ายที่เค้าทำได้และเป็นต้นแบบของหลอดไฟทั่วโลกโดยหลอดไฟต้นแบบมีความยาวนานถึง 48 ชั่วโมง นั่นเป็นแค่ต้วอย่างสั่นๆว่า คนหนึ่งคงจะประสบความสำเร็จในชีวิต ความฉลาดเป็นแค่ส่วนเล็ก ถ้าต้องเทียบกับความพยายามครับ 

พี่ๆทุกคนรอต้อนรับน้องๆอยู่นะครับ 

keep moving together 

พชร   คล้ายทับทิม

 

 

​ 

 

Q : แนะนำตัวหน่อยค่ะ

   สวัสดีครับ ชื่อ สิทธิพร  กมลเทพไพฑูรย์ ชื่อเล่น นิกส์ ขณะนี้กำลังศึกษาในหลักสูตร แพทย์อินเตอร์ MBBS 
ที่ CAPITAL MEDICAL UNIVERSITY  in  CHINA ครับ



Q : ทำไมถึงตัดสินใจศึกษาต่อแพทย์ที่ประเทศจีน

   ที่เลือกมาเรียนที่ประเทศจีน เพราะว่าประเทศจีน เป็นประเทศใหญ่มีประชากรสูงที่สุดในโลก มีอัตราการเติบโต
ทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่อาเซียนในไม่ช้านี้ ภาษาจีนจึงสำคัญ และโดย
ส่วนตัวชอบที่คนจีนใช้ชีวิตเรียบง่าย สังคมก็ไม่ค่อยแตกต่างจากไทยมากนัก

 

Q : ทำไมถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัย Capital Medical University 

   เพราะว่าการเรียนการสอนที่นี่มีมาตรฐานค่อนข้างสูงบวกกับอุปกรณ์การสอนค่อนข้างครบครัน ส่วนอาจารย์ผู้สอนเป็น ผู้ที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้หลายคน บวกกับมีทักษะในการสอนค่อนข้างดี สามารถถ่ายทอดข้อมูลให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ ง่ายและที่สำคัญอาจารย์แต่ละท่านผ่านการศึกษาต่อจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องของภาษาและที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองหลวงและค่อนข้างมีชื่อเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะทางด้านการวิจัย เช่น โครงการจีโนมโปรเจค ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงพันธุกรรมโดยในเอเชีย มีเพียง 2 ประเทศคือจีนและญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ และในจีนมีเพียงแค่สองที่เท่านั้น โดยหนึ่งในนั้นคือที่ CAPITAL MEDICAL UNIVERSITY และตอนนี้
ภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยมีโครงการที่น่าสนใจมากร่วมกับมหาวิทยาลัยในอเมริกาเป็น MD 8 ปี ปีแรกเรียนที่ประเทศ
จีน ถ้าเราเกรดผ่านเกณฑ์ในปีที่ 2-8 ก็จะได้ไปเรียนที่อเมริกา นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสองมหาวิทยาลัยที่รัฐบาลจัดให้เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์อินเตอร์ต้นแบบอีกด้วยครับ

 

Q : มหาวิทยาลัยพิจารณาอะไรบ้าง เข้ายากไหม

   ทางมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์ในการรับเข้าศึกษาโดยการพิจารณาจากใบเกรดตอนมัธยมปลายเป็นหลักครับ ซึ่งพิจารณา
เป็นรายๆไป ไม่ได้สอบแบบวัดผลทีเดียวแบบบ้านเราครับ ถ้าสมัครเร็วการแข่งขันก็จะต่ำกว่าต้องบอกว่าออกตัวก่อนได้
เปรียบครับ


Q : ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไรบ้างคะ

   ค่าใช้จ่ายก็ถือว่าไม่สูงนะครับ ถ้าเทียบกับมหาลัยเอกชนต่อปีจะตกประมาณ 350,000 บาทครับ ส่วนของที่นี่อยู่ที่
ราว 180,000 บาทครับ ส่วนค่าครองชีพที่จีนก็พอๆ กับที่ไทยครับ พี่ไม่อยากให้น้องๆ ปิดกั้นโอกาสตัวเองด้วยเรื่อง
เงินครับ ปัจจุบันมีทั้งทุนเรียนและทุนกู้ยืมเพื่อเป็นทุนการศึกษามากมาย ถ้ามีความตั้งใจไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ครับ

 

Q : มีคำแนะนำอย่างไรสำหรับน้องๆ ที่สนใจ ว่าควรเตรียมตัวอย่างไร

   สำหรับน้องๆที่ต้องการศึกษาต่อ ในเรื่องของการเตรียมตัวก่อนอื่นเลยต้องเป็นเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษา
อังกฤษที่ใช้ในการเรียน ส่วนภาษาจีนที่นี่ส่วนใหญ่จะใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ควรที่จะมีพื้นฐานพอสมควร เนื่องจาก
คนจีนไม่ค่อยจะรู้ภาษาอังกฤษ ดังนั้นถ้ามีพื้นฐานก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองอย่างมากครับ

   ส่วนเรื่องของความรู้พี่อยากให้น้องทบทวนความรู้เก่าตอนมัธยมปลายให้ดี เพราะในเทอมแรกยังต้องใช้ความรู้ตอน
มัธยมปลายอยู่เช่นคณิต(แคลคูลัส), เคมี, ฟิสิกส์ เป็นต้น อีกอย่างหนึ่งคือน้องๆ ควรเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมด้วย
เช่นเรื่องของสุขภาพร่างกายและกำลังใจในการเรียน เพราะไม่ว่าน้องจะเลือกทางไหน พี่เชื่อว่าหากน้องตั้งใจอย่างเต็มที่
น้องจะต้องประสบความสำเร็จตามที่น้องคาดหวังไว้อย่างแน่นอน


Q : อยากฝากอะไรถึงน้องๆบ้างคะ?

   ท้ายที่สุดนี้หวังว่าข้อมูลนี้จะสามารถเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือน้องๆ ให้ตัดสินใจเลือกทางเดินที่ดีที่สุดครับ ขอให้น้องๆ
ทุกคนโชคดีครับ^^

 

 

สวัสดีครับ  พี่ชื่อพี่ท๊อปนะครับ

 

ชื่อจริง ภาณุภัณฑ์ มีผล

จบม.ปลายจากโรงเรียนระยองวิทยาคม อ.เมือง ระยอง

ตอนนี้อยู่ ชั้นปีที่ 5 คณะแพทยศาสตร์ CAPITAL MEDICAL UNIVERSITY (2011)

 

1.ทำไมถึงเลือกเรียนที่ capital medical university ค่ะ

ตอบ เรียนแพทย์ที่นี่นอกจากสมัครใหม่ เค้ารับโอนหน่วยกิจด้วย แล้วที่นี่ก็อยู่เมืองหลวงด้วย  การเดินทางสะดวก สบาย มีรถใต้ดินทั้งเมืองและค่าบริการก็แค่ 10บาทตลอดสาย อีกอย่างค่าโดยสารรถเมย์ก็ถูกมาก แค่ 2 หยวนต่อหนึ่งเที่ยว ภาษาจีนเป็นจีนกลางแท้ และอีกอย่างก็คือมีไฟลท์บินตรงจากไทย-ปักกิ่ง เลยไม่ต้องรอต่อเครื่อง เลยคิดว่าเหมาะสมในหลายๆด้านต่อการศึกษาต่อครับ

 

2.บรรยากาศของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ตอบ  อาจจะดูคับแคบไปหน่อย แต่ที่นี้จัดวางตึก และบริหารห้องเรียนได้ดีมาก มี 1ตึกเรียนหลัก แต่จริงๆแล้ว คือขนาดเท่า 5 ตึกเรียนบ้านเรารวมกัน 3 ตึกแลปแต่จริงๆก้อคือ 8 ตึกแลปบ้านเรา เพราะตึกที่นี่สูงมากคับ และก็ยังมีหนึ่งตึกห้องสมุด ตอนนี้มหาวิทยาลัยกำลังสร้าง ตึกเรียนหลักที่สองสูงประมาณ 20 ชั้น และก็หนึ่งตึกโรงอาหาร 1 ร้านหนังสือ 1ร้านสะดวกซื้อ ส่วนเรื่องหอพักมหาวิทยาลัยจัดให้นักศึกษาต่างชาติอยู่โรงแรม ในมหาวิทยาลัย แต่ปีพี่โรงแรมเต็มก็เลยต้องเข้ามาอยู่หอพักอาจารย์ ห้องพักก็โอเคเลยครับ เหมือนห้องคอนโด พี่อยู่สามคนครับ

 

3.เรื่องการเรียนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ตอบ เรื่องการเรียนแพทย์ การสอนที่นี้ ถือว่าอยู่ในขั้นโหดครับ ไม่มีกลางภาค สอบไฟนอลที่เดียว การเข้าเรียนที่นี่สำคัญมาก เพราะจะมีเหมือนอาจารย์ที่ปรึกษามาเช็คชื่อเข้าเรียนทุกครั้ง อาจารย์สอนโอเคดีครับ แต่ก็อย่างว่าอ่าครับว่าภาษาและสำเนียงอาจารย์ก็ติดขัดนิดหน่อยคับ เพื่อนต่างชาติที่นี่ขยันและเก่งมากๆ  เพราะที่นี้ส่วนใหญ่เป็นปากี บังคลาเทศ พวกเค้าจะตั้งใจเรียนกันมากๆ แต่ที่นี้ก็มีเอเชียอย่างเราด้วยนะครับ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ที่สำคัญมีอเมริกาด้วยคับ แต่มีปีละ หนึ่งคน ไม่ค่อยเยอะมาก แต่เพื่อนชาวต่างชาติเค้าพูดอังกฤษกันคล่องครับ เพราะสำหรับชาวต่างชาติมหาลัยเรียกดูผลคะแนนโทเฟล ไอเอลในการสมัครด้วย แต่ของคนไทย มหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสตรงนี้อยู่ครับ อาจารย์ที่สอนนี้ก็เป็นชุดเดียวกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หมาลัยอันดับ 1 ของจีนด้วยคับ

 

4.การดูแลของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ตอบ เรื่องเอเจนซี่ที่นี่ จริงๆๆแล้วน้องอาจจะมองว่ามันไม่สำคัญ แต่ถ้ามาจีนพี่ว่าเรื่องนี้สำคัญเลยครับ เพราะถ้าเค้าดูแลไม่ดีเราตายแน่คับ เพราะที่นี่ส่วนใหญ่เค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกันนะครับ จะมีคนหนึ่งเป็นคล้ายๆๆที่ปรึกษาเราครับ เค้าชื่อออเดย์ น่ารักมากครับ ไปส่งทำโน้น นี่ นั้นทุกอย่างครับ มีไรก้อบอกได้ทุกอย่าง และก็ตามเราไปเรียนทุกคาบที่มีการเรียน แต่รุ่นน้องก็จะเป็นอาจารย์คนอื่นดูแล เพราะเค้าจะสลับกันอ่าครับ

 

5.อาหารการกินและชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้างค่ะ

ตอบ เรื่องอาหาร ความเป็นอยู่นะครับ อาหารที่นี่ก็เหมือนกันทั้งประเทศครับ จืด น้ำมันเยอะ แต่ที่ปักกิ่งดีตรงที่ว่ามีร้านอาหารไทยให้เราไปกินด้วย มีสถานทูตให้เราไปปรึกษาได้ถ้ามีปัญหาไม่ต้องเดินทางไกลข้ามเมือง แต่ที่จะต้องเตือนน้องๆๆก็คือเรื่องอากาศที่นี้ถือว่าแห้งพอสมควรครับ แต่ก็อยู่ได้นะครับ แต่น้องต้องเตรียมยามาดีๆๆ เช่นที่พี่มาพี่มีปัญหา คือเรื่องตาแห้งครับ เพราะอากาศมันแห้งมาก ยังไงถ้ามีคำถามอะไรที่พี่ช่วยได้ก็ถามมานะครับ  ^^

 

>> รุ่นพี่ๆที่กำลังศึกษาอยู่ที่ CCMU

                                                    

      สุขสุ จรรยางค์ดิกุล (P'สุขสุ)                             กิตติญา อมรวิทวัส (P' JR)

         จบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา          จบจาก Bangkok Grace International School                   

   

                                                                           

           ONTHIDA VARICHANAN (P' ปาร์ค)     JETANAPORN  ONKWANMUANG (P'เจย์) 

              จบจาก โรงเรียนสารวิทยา                                   จบจาก โรงเรียนทิวไผ่งาม   

                

                                     

    RAWISUT  DANHONGMANGGON (P' กระทง)        PORNSOOK PUKASEMVARANGKOOL (P' กู้ด)

        จบจาก MONTFORT COLLEGE                         จบจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศมีนบุรี