สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ NT Education 
Tel.088-238-5562,02-678-2071-2
LineID:@nteducation

 

 

รายละเอียดมหาลัยแพทย์อินเตอร์

นักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ Fudan University

แชร์ประสบการณ์นักเรียนแพทย์อินเตอร์ Fudan

university เมืองเซี่ยงไฮ้ มหาลัยแพทย์TOP10ในเอเชีย

 แนะนำตัว /เรียนคณะอะไรที่ไหน 

ตอบ- ลลดา (น้องมีมี่) จบการศึกษาจาก Concordian International school

อิงตะวัน  (น้องอิง) จบการศึกษาจาก โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

เมธินี  (น้องเม) จบการศึกษาจาก Green hope High school,USA

ปานชีวา (น้องปันปัน) จบการศึกษาจาก โรงเรียนดรุณสิกขาลัย

สาริศา (น้องจีน่า) จบการศึกษาจาก St.PetersLutharan College, Australia

คณะ MBBS (คณะแพทย์ภาคภาษาอังกฤษ)มหาวิทยาลัยฟู่ตันเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนค่ะ

 เหตุผลที่ตัดสินใจเข้าเรียนต่อแพทย์เมืองจีน หรือแพทย์ภาคภาษาอังกฤษที่FUDANค่ะ 

ปันปัน คือตอนแรกปันสนใจเพราะมันมีเรียนภาษาจีนและปันก็ชอบภาษา และก็อยากเรียนแพทย์ด้วย และภาษาจีนมีประโยชน์เราก็เลยคิดว่าอยากเข้าเรียนแพทย์ที่จีนเสร็จแล้วก็มาปรึกษาพี่ๆ แล้วก็มีช้อยส์ และก็ได้ยินมาว่าFudanดีมากๆ ติด top rank เอเชีย เราเลยเลือกเรียนที่Fudanค่ะ

เมย์ ตอนแรกก็ลองหาการเรียนอินเตอร์ของคณะแพทย์ทั่วโลกเลยค่ะโปแลนด์ มาเล ไทย จีน แล้วพอมาดูว่าที่ไหนดีกว่า สำหรับตัวหนูเองก็ที่ประเทศจีนดีที่สุดค่ะ

ทราบมาว่า มีน้องที่ได้ทุนมหาวิทยาลัยด้วยมีใครบ้างค่ะ เล่าให้ฟังหน่อยว่าทุนมันเป็นแบบไหน

ปันปัน อิง -เป็นทุนสนับสนุนค่าเรียนเต็มจำนวน75,000 หยวนค่ะ

มุมมองหลังการไปเรียนที่ประเทศจีน/การตัดสินใจในการไปเรียนต่อแพทย์ที่จีน

ปันปัน-คิดว่าตัดสินใจถูกค่ะ ยังไงๆเราไปเรียนเราก็ได้ภาษาจีน เราได้เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเอง ดูแลตัวเอง ได้เรียนรู้วิชาการ ไม่มีอะไรที่ผิดหวังเลย เพราะทุกอย่างเป็นประสบการณ์ แล้วเราเรียนรู้จากมันได้เสมอ

มีมี่- ก็ไม่ผิดเลยค่ะ เพราะมี่อยู่แล้วไม่ Home sick เลยค่ะ น้ำหนักมีมี่ขึ้นมา 7 กิโล มีความสุขและครอบครัวไปเยี่ยมได้บ่อยมาก อยากจะกลับเมืองไทยก็มีวิธีกลับได้เยอะมาก แบบ แอร์เอเชีย หรืออะไรยังงี้อะคะ มันมีไฟล์ทกลับบ่อยมาก ไม่เหงาเลย

จีน่า– ไม่ผิดเหมือนกันค่ะ เพราะอยู่แล้วมันไม่เหงา ที่เราเลือกมาก็เพราะสถานที่ด้วย อยู่ในเซี่ยงไฮ้ มันมีอะไรให้ทำเยอะ เดินทางสะดวก สะดวกกว่ากรุงเทพอีก เรื่องอาหารก็ไม่ต้องปรับตัวเยอะ

แชร์เรื่องการเรียนแพทย์ที่ต่างประเทศให้เพื่อนๆฟังหน่อย

อิง-ก็แอบยากนิดนึง เพราะเนื้อหามันก็เยอะด้วย เรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แล้วครูก็สอนไม่ค่อยทันด้วย เหมือนจะให้เราอ่านเองด้วย ก็ต้องขยันนิดนึง

แนะนำน้องๆที่สนใจอยากจะไปเรียนแพทย์อินเตอร์ต่างประเทศ

ปันปัน– ทำใจแล้วก็ปล่อยวาง 55+ เราต้องปลง ต้องมีธรรมะในหัวใจ เอาจริงๆปันว่า มาแล้วก็ทำให้เต็มที่ สุดท้ายก็อย่าไปคิดอะไรมาก อย่ากดดันตัวเองให้มันแบบเครียดมาก เพราะมันจะทำให้เราไม่มีความสุข แต่ก็คือต้องเตรียมตัว ตั้งใจมากๆ

อิง– ของอิงคิดว่าเรียนวิชาการล่วงหน้าไปก็น่าจะดีค่ะ เพราะว่ามันสบาย ไม่ต้องอ่านเองเยอะ แล้วก็ภาษาจีนก็ค่อนข้างสำคัญ กับชีวิตประจำวันมากๆ เหมือนกับไปไหนคนเดียวได้ ถ้าได้ภาษาจีนอะคะ ก็ปรับตัวก็ไม่ยากค่ะที่นู้น

มีมี่– มีมี่ เมืองจีนงี้ ก็คือตอนแรกที่จะไม่มาเพราะว่าคิดว่ามันห่วยมากเลย ตายแล้ว มันต้องแย่มากๆ มันคงไม่ศิวิไลแต่พอมาอยู่มันโอเคเลยนะคะ ถ้าเกิดว่าเรียนจบแพทย์มา มันก็เร็วกว่าที่ประเทศอื่น เพราะว่ามันไม่ต้องใช้ทุน มันก็ประหยัดเวลาได้ 1ปี ถึง 3 ปีเลยอ่ะค่ะ และก็ก่อนมาน่าจะต้องไปเรียนภาษาจีน ต้องเรียนให้พูดได้อะค่ะ ไม่งั้นจะอยู่ลำบาก

จีน่า– จีน่า ถ้าให้พูดถึงคนที่จะสมัครก็คิดว่า ช่วงม.ปลายก็ต้องตั้งใจเรียนหน่อย เพราะว่าเกรดมันก็สำคัญ แต่ถ้าเกิดบางคนที่คิดว่าเกรดไม่ค่อยดีเลย มหาลัยเขาก็ดูแบบหลายอย่างไม่ใช่เกรดอย่างเดียว อย่างเช่น กีฬา ดนตรี อาสาสมัครถ้าเกิดว่าน้องมีผลงาน มันก็ช่วยได้ หรือถ้าปิดเทอมแล้วจะทำพอร์ต เราก็ไปติดต่อโรงพยาบาล หรือฝึกงาน เพื่อให้เรามีพอร์ตที่ดูดีขึ้น อาจจะมีโอกาสที่มากขึ้นค่ะ

 

>>  พี่เพชร (นักศึกษาแพทย์อินเตอร์ Fudan University)

1.  แนะนำตัวหน่อยค่ะ

สวัสดีครับผมชื่อ เพชรฮะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ฟู่ตั้น เรียนคณะแพทย์ฮะ

2. น้องเพชรจบมาจากโรงเรียนอะไรค่ะ

จบมาจาก ASB ฮะ เป็นโรงเรียนอินเตอร์ที่อยู่แถวสุขุมวิท

3. อยากให้เราฝากอะไรกับรุ่นน้องสักเล็กน้อยถ้าเกิดเค้าอยากจะเข้าแบบเรา เค้าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

แน่นอนเลยฮะ การเตรียมตัวเนี้ยนะคะ มันต้องเตรียมที่ภาษาฮะ ถ้าเกิดน้องคนไหนอยากที่จะมาเรียนจีน ผมบอกได้เลยว่าภาษาจีนเป็นภาษาที่ยากแต่ว่าถ้าน้องคนไหนสามารถพูดภาษาจีนได้ มันจะส่งผลดีมากต่ออนาคตข้างหน้า

4. ให้น้องเพชรบอกความประทับใจต่อศูนย์ NT สักนิดนึงค่ะ

ทางศูนย์ NT ผมคิดว่าเค้าเทคแคร์เด็กๆดีมากเลยฮะ ทั้งทางด้านการประสานงานตั้งแต่เริ่มต้นเลย ทางศูนย์ NT บอกทุกอย่างว่านี่คือสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวมา บอกถึง process ว่านี่คือตอนที่เราต้องสอบ oral หรือว่านี่คือตอนที่เราต้องไปจ่ายตังค์อะไรอย่างนี้อะฮะ และอีกยังมีทางศูนย์ยังนำรุ่นพี่มาเทคแคร์เราตอนที่เราเริ่มมาช่วงแรกๆด้วยซึ่งมันก็เป็นผลประโยชน์มากๆเลยฮะ

5. สุดท้ายอยากให้เราฝากอะไรถึงน้องๆสักนิดนึ่งนะค่ะ

คือน้องๆที่อยากมาเรียนจีนนะฮะ ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีมากที่จะได้เปิดโลกกว้าง เพราะว่าถ้าเกิดเราอยู่ในประเทศไทยอย่างเดียวมันก็ดีแต่เราจะเห็นโลกแค่ในมุมมองเดียว การที่เรามาจีนเราได้พบปะกับคนนานาชาติ โดยเฉพาะที่ฟู่ตั้นนะฮะ ผมคิดว่าเราสามารถนำความเห็นอื่นๆ ของคนนานาประเทศ มาเพื่อที่จะมา apply กับชีวิตเราได้ซึ่งดีมากเลยฮะ 

>>  พี่หยก (นักศึกษาแพทย์อินเตอร์ Fudan University)

Q:   แนะนำตัวหน่อยค่ะ

A:   สวัสดีค่ะ ชื่อหยกค่ะ จบจาก รร.เซนต์แอนดูค่ะ เป็นโรงเรียนอินเตอร์ค่ะ

Q:    แล้วการเข้าเรียนมหาวิทยาลัย Fudan ที่นี้เข้ายากไหมค่ะ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างอะจ๊ะ

A:    ก็ต้องมีผลการเรียนใช่ไหมค่ะ 3.5 ขึ้นไปและก็มีผลไอเอล  หนูได้ 6.5 ค่ะและก็มีเขียนเป็น Acessory เรียงความหนูเขียนไป 2000 คำแต่ว่าคนอื่นเขาเขียนเป็น 200 คำ 55+ 

Q:    อยากฝากอะไรให้เพื่อนๆหรือน้องๆไหมที่จะเข้าเรียนหรืออยากเข้าเหมือนหนูอะไรเงี้ยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

A:    ก็ต้องตั้งใจเรียนที่ รร. ด้วยค่ะแล้วก็เก็บเกรดให้ ดีๆ แล้วก็ฝึกไปสอบภาษาอังกฤษของ IELTs เก็บไว้และก็มีอะไรอีก แล้วก็ลองสมัครมาตอนแรกๆหนูก็ไม่คิดว่าจะติดเหมือนกันแต่พอสมัครมาก็ติดก็ดีใจเหมือนกันค่ะ

Q:    แล้วก็สุดท้าย เออ อยากพูดอะไรเกี่ยวกับ NT นิดนึงอะค่ะ ทางศูนย์

A:    อ่อ ก็พี่ๆก็น่ารักมากเลยค่ะและก็ช่วยทุกอย่างเลยตั้งแต่มาที่นี้ก็เจอ พี่ๆ NT เกือบทุกวันเลยค่ะแล้วก็พาไปซื้อของพาเข้าหอปั่นจักยานไปด้วยกันค่ะ 

Q:    โอเคร ก็ประมาณนี้เนาะ ขอบคุณค่ะน้องหยก ^^

 

>> พี่มิว (นักศึกษาแพทย์อินเตอร์ Fudan University)

NT:  สวัสดีค่ะขอให้เราแนะนำตัวนิดนึงค่ะ

น้องมิว:  โอเครครับ สวัสดีครับ ก็ผม ศตายุ ครับก็ชื่อเล่นชื่อ มิว มาจาก รร.โยธินบูรณะครับ ตอนนี้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย FUDAN คณะแพทยศาสตร์ครับผม

NT:  ก็อยากให้น้องมิวบอกรุ่นน้องหน่อย ถ้าเกิดว่าเพื่อนรุ่นน้องต้องการที่จะสมัครเข้าที่นี้อะค่ะเราคิดว่าน้องเขาควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างค่ะ

น้องมิว:  ครับผม ส่วนตัวผมคิดว่าที่สำคัญที่สุดเลยนะครับก็น่าจะเป็นภาษา เพราะว่าคือที่นี้ก็ เอ่อ ต้องมีผล IELTs ก็คือผลสอบภาษาอังกฤษอะครับอย่างน้อยที่ 6.5 ก็คือ ก็แนะนำให้ไปแบบสอบไว้ก่อนเนิ่นๆเพาะว่าผล IELTs  เนี้ยคือจะอยู่ได้ถึง 2 ปีก็คือรีบสอบเนิ่นๆดีกว่าครับบผม

NT:  ค่ะและก็สุดท้ายอยากฝากอะไรเล็กๆน้อยๆกับรุ่นถัดไปไหมหรือว่า เอ่อ อยากจะฝากอะไรกับเพื่อนๆไหม

น้องมิว: อ่อ ผมก็อยากจะฝากนะครับว่าแบบ ถ้ามาที่นี้แล้วอะ ผมก็คิดว่าเนี้ยมันจะเป็นการดีมากที่เราได้มาศึกษาต่อต่างประเทศเพราะว่าเนี้ยจะแบบได้ เอ่อ สร้างเสริมแบบความมีวินัยกับตัวเองมากขึ้นมาต่างประเทศเราต้องอยู่ด้วยตัวของเราเองไม่มีพ่อแม่มาอยู่ด้วย  คือ เราก็จะมีวินัยจะมีเพื่อนต่างชาติจะแบบจะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากการเรียนที่ไทยเฉยๆครับผม

NT:  ค่ะแล้วก็อยากสอบถามหน่อยว่ามีความประทับใจอะไรกับทางศูนย์ NT บ้างค่ะ

น้องมิว: อ๋อ ครับผม เอ่อ ส่วนตัวตอนนี้คือเรื่องการจองหออะครับ คือ พอดี ฟูตัน คือจองหออยากมาก คือค่อนข้างแบบแย่งชิงกัน แล้วพอดีตอนนั้นนะครับผมกดเข้าไป แล้วมันเข้าไม่ได้แล้วทาง NT เขาก็มาบอกแล้วว่าแบบ เนี้ยทาง NT ได้จองให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ประทับใจมากครับผมแล้วด้านการแบบบริการอะไรอย่างนี้ด้วยครับ คือ เอ็นทีก็แบบดำเนินการทุกอย่างให้หมดเลย โอเคร ครับผม

NT: ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

น้องมิว: ครับขอบคุณครับ     

 

>> พี่อุ๋ย (นักศึกษาแพทย์อินเตอร์ Fudan University เมืองเซี่ยงไฮ้)

 

 

1. แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ 

My name is Suchada  or most of my friends call me Simmie. I am Thai born Chinese, so pretty much Chinese is my second language.

 

 2.เรียนจบจากที่ไหน และกำลังจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนค่ะของประเทศจีน

I started my university degree from faculty of associated medical science, CHIANG MAI University Thailand; however, while I was in the 3rd year of my degree I got a scholarship for top biochemistry students to study in Melbourne, Australia at Latrobe University. I have just graduated my bachelor degree from biomedical science course majored in medical science, biochemistry, physiology and anatomy. In regards to my background above, those are more likely to be the main reasons for one of the best University in China as Fudan University offered me another opportunity as a medical student which will start from September, 2014.

 

3.ทำไมถึงตัดสินใจเรียนต่อแพทย์ที่ประเทศจีน

There are 3 main reasons why I want to do my medical degree in china which are Firstly, in compare to many countries in the world. China is one of the fastest developed countries especially in medical field. Secondly, there are many new inventions as well as successful research which have been publish and help many people in the world are mostly come from Chinese researchers and Doctors. Lastly, since my background is Chinese. I want to visit and spent time in the country where my parents came from.

 

4.เลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทย์ใดในประเทศจีน และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้

After I decided to do my medical degree in China. I think about Fudan University in ShangHai as my first preference due to  Shanghai is the fastest economic growing city in china as well as Fudan University is one of the 5th Chinese top universities. Therefore, to stay in shanghai and study at Fudan will help me to gain knowledge from one of the top university and gain experiences from environment and society.

 

5.เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อจะไปเรียนในครั้งนี้ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนอย่างไรบ้าง และเมื่อไปเรียนแล้วเราคาดว่าเราจะมีการปรับตัวอย่างไร และวางแผนอนาคตหลังเรียนจบอย่างไรบ้าง

 I am now trying to speak more Chinese with my family so that I can practice and recall my Chinese before moving to china as a medical student at Fudan University. Now I expected to see and experience a new environment in one of the best university like Fudan, as well as looking forward to make new friends and concentrate on my course. However, moving to China, where is the historical and cloudy country, is a big change for me so that I have to adapt and prepare myself to the new environment in both culture and academic by searching internet and asking my Chinese friend for some advises. For now, I have two plans after I finish my medical degree. Firstly, I would like to do a further study as an orthopaedic surgeon and, if by the time I graduate and I feel tired on studying. I want to come back to either Melbourne or Thailand to work full time as a general practitioner .

 

6. เราคิดว่าผลการเรียนตอนมัธยมสะท้อนความสามารถของน้องได้ถูกต้องหรือไม่ และเราคิดว่าเรามีจุดเด่นอย่างไรถึงได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยในครั้งนี้   

In my opinion, I don’t agree with the results from high school could be the only qualification that used to limited people who later on wanted to be a medical doctor because people can change!. For me, a double degree from both Chiangmai University and Latrobe University could be one of my dominant qualification to get this opportunity to study at Fudan University.

 

7.รู้จักศูนย์ NT Education จากช่องทางไหน และทำไมถึงตัดสินใจเลือกใช้บริการของ NT Education เป็นผู้ดำเนินการสมัครและเป็น Consultant ในการไปเรียนศึกษาต่อ

I heard about NT Education from agent in Australia, when I first started my application I applied via them however, since I am no an Australia citizen I wasn’t allowed to apply via that agent. Then one of their team recommended me about NT education so I started contact NT educationnot too long after. I first contact NT teams. They were a very good supporter and good consultant team from that time and that very impressed me. So I was undoubtable to continue my application through NT education team.

 

8. มีความประทับใจในการให้บริการของ NT Education ตรงส่วนไหนมากที่สุด

NT education staffs are very caring. They give me an advice and coordinate whole process. From my experience, I would say that every staff treats and suggests their clients as their own family that show the warmth and carefulness from this organization.

 

9.สุดท้ายนี้อยากให้ ฝากข้อคิดต่างๆ ให้เพื่อนๆ น้องๆหน่อยค่ะ  ที่กำลังตัดสินใจในการไปเรียนต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์อินเตอร์ ที่ประเทศจีน

All in all, I would like to leave some words to who ever that have the same dream like me.  I have only 2 cardinal rules of my life that are “NEVER GIVE UP’’ and “ BE STRONG AT THE START” because dream will always be dream if we don’t try hard enough but dream will come true if we try hard and never give up, as well as everything is harder at the beginning but later on it will always get easier and easier! 

 

>> พี่เกียร์ (นักศึกษาแพทย์ Fudan University)

 

http://www.nteducation.net/sites/default/files/SORAWICH.jpg

 

 แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ 

ผมชื่อ สรวิชญ์  อายุ 17 ปี ครับ

 

 2.เรียนจบจากที่ไหน และกำลังจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนค่ะ เราคิดว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เราสามารถติดมหาวิทยาลัยแพทย์ในระดับท๊อปของประเทศจีน

เรียนจบกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยชั้นมัธยมต้น มัธยมปลายจาก Green River Community College ในอเมริกา ตอนนี้กำลังเข้าศึกษาต่อ ณ Fudan University ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ ผมคิดว่าความสามารถทางด้านภาษาหรือวิชาการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมติดมหาวิทยาลัยแพทย์นี้ แต่ก็ยังมีอีกส่วนสำคัญ ซึ่งก็คือเอเจนซี่ผู้ประสานงานและคอยช่วยเหลือผมมาตลอด ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไทยหรืออยู่ที่่จีน

 

3.ทำไมถึงตัดสินใจเรียนต่อแพทย์อินเตอร์ที่ประเทศจีน

เพราะว่าประเทศจีน มีศักยภาพอีกมาก และมีข้อได้เปรียบเยอะมาก ทั้งเทคโนโลยี คนและการศึกษา  ทั้งยังมีภาษาจีนที่ให้เราสามารถนำไปใช้ในภายภาคหน้าได้อีกด้วย

 

4.เลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใดในประเทศจีน และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้

ได้เลือกเรียนไป 3 มหาวิทยาลัย ซึ่งเหตุผลที่เลือกมาเรียน Fudan University หนึ่งในนั้น เนื่องจาก เป็นมหาลัยแพทย์ชั้นแนวหน้าของประเทศจีนพร้อมทั้งยังทางมหาวิทยาลัยยังได้มีการแลกเปลี่ยนการศึกษากับมหาลัยมีชื่อต่างๆทั่วโลก เช่น Harvard University ผมเลยมีความสนใจเป็นอย่างมาก

 

5.เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อจะไปเรียนในครั้งนี้ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนอย่างไรบ้าง และเมื่อไปเรียนแล้วเราคาดว่าเราจะมีการปรับตัวอย่างไร และวางแผนอนาคตหลังเรียนจบอย่างไรบ้าง

เรื่องที่ผมเตรียมตัวก็จะมีความรู้ในระดับมัธยมปลาย และได้เตรียมภาษาจีนเพราะ ถึงแม้ว่าจะเรียนเป็นภาษาอังกฤษแต่ก็ยังต้องใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวันด้วยครับ ส่วนแผนในอนาคตนั้น ยังไม่ได้วางแผนครับแค่คิดไว้ว่าอาจจะทำงานอยู่ที่จีนเลย หรือไม่ก็กลับมาทำที่ไทยครับ

 

6. เราคิดว่าผลการเรียนตอนมัธยมสะท้อนความสามารถของน้องได้ถูกต้องหรือไม่ และเราคิดว่าเรามีจุดเด่นอย่างไรถึงได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยในครั้งนี้   

ผลการเรียนก็สำคัญในระดับหนึ่ง แต่ส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กันครับ เช่นความสามารถพิเศษส่วนตัว นอกเหนือจากผลการเรียนครับ ส่วนตัวผมเองนั้นผลการเรียนต่่ำกว่าที่ทางมหาลัยต้องการพอสมควร แต่มีส่วนอื่นๆเสริมเยอะ ที่ทางศูนย์เค้าช่วยแนะนำ เลยคิดว่าส่วนนั้นเป็นส่วนช่วยให้ได้รับการคัดเลือกเช่นกันสำหรับผม

 

7.สุดท้ายนี้อยากให้ ฝากข้อคิดต่างๆ ให้เพื่อนๆ น้องๆหน่อยค่ะ  ที่กำลังตัดสินใจในการไปเรียนต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์อินเตอร์ ที่ประเทศจีน

ให้เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆครับ จะได้เปรียบมากกว่าทั้งเรื่องคะแนนเกรด หรือเอกสารส่วนต่างๆ ซึ่งส่วนตัวผมๆมาให้พี่ๆทางเอเจนซี่แนะนำแต่เนิ่นๆ จะได้เตรียมตัวได้ถูก ไม่เสียเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ผมว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทางมหาวิทยาลัยได้ตอบรับผมครับ

>> รุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ Fudan University

               

   (P'มิว)                                                   (P' เพชร)

        จบจากโรงเรียนโยธินบูรณะ            จบจาก AMERICAN SCHOOL OF BANGKOK

 

 (P'หยก)

จบจาก ST.ANDREWS INTERNATIONAL SCHOOL