สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ NT Education 
Tel.088-238-5562,02-678-2071-2
LineID:@nteducation

 

 

รายละเอียดมหาลัยแพทย์อินเตอร์

นักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ Kunming Medical University

>> พี่มันแกว (นักศึกษาแพทย์ KMU)

 

Q: แนะนำตัวหน่อยค่า

A:  ชื่อ กันติมา กาญจนสุวรรณ ชื่อเล่น มันแกว อายุ 16 ปีค่ะ

Q: .เรียนจบจากที่ไหน และกำลังจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนค่ะ

 A:  เรียนจบม.4 เทอม 1 จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย หลังจากนั้นสอบเทียบวุฒิม.6 ของประเทศอเมริกา (GED) ค่ะ

Q: ทำไมถึงตัดสินใจเรียนต่อแพทย์ที่ประเทศจีน

A:  1.ใกล้ประเทศไทยทำให้สะดวกต่อการเดินทางไปกลับ 2.สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างใกล้เคียงกับไทย 3.ได้ภาษาจีนเป็นภาษาที่ 3 ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นภาษาที่สำคัญมากอีกภาษาหนึ่ง 4.ได้เพื่อนต่างชาติ

Q: เลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใดในประเทศจีน และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้
A: เลือกเรียนที่ Kunming medical university ค่ะ เพราะคุนหมิงอยูที่มณฑลยูนนานมีสภาพภูมิอากาศที่กำลังดี ใกล้ประเทศไทย เดินทางสะดวกมีเครื่องบินบินตรง สามารถเดินทางไปเมืองอื่นๆได้ค่อนข้างง่ายค่ะ แม้ว่ามหาวิทยาลัยยังไม่ผ่านการรับรองของแพทยสภา (ขณะนี้ผ่านการรับรองแล้ว) แต่ก็ได้รับการรับรองจาก WHO แค่นี้ก็พอใจแล้วค่ะ ซึ่งในการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยของเราไม่ได้เลือกจาก Ranking หรือความมีชื่อเสียง แต่เราเลือกจากสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่เป็นหลักเพราะนั้นคือที่ๆเราต้องอยู่เป็นเวลา 6 ปี และโดยส่วนตัวมีความเชื่อว่าคนที่มีความสามารถจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงและอันดับของมหาวิทยาลัย แต่อยู่ที่ว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไงมากกว่า
 

Q: รู้จักศูนย์ NT Education จากช่องทางไหน และทำไมถึงตัดสินใจเลือกใช้บริการของ NT Education เป็นผู้ดำเนินการสมัครและให้คำแนะนำในการไปเรียนศึกษาต่อ

A: รู้จัก NT Education ตอนที่อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลเรื่องการไปเรียนแพทย์ต่อที่ประเทศจีน และที่เลือก NT เพราะว่าได้เข้ามาพูดคุยกับพี่ๆที่ NT ก่อนและได้เห็นถึงความจริงใจ ความตั้งใจที่พี่ๆพร้อมจะช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ ก็เลยไม่ลังเลที่จะเลือก NT เลยทันที

Q: มีความประทับใจในการให้บริการของ NT Education ตรงส่วนไหนมากที่สุด

A: ประทับใจพี่ๆที่ NT Education มากที่สุดค่ะ เพราะพี่ๆทุกคนน่ารัก เป็นกันเอง มีอะไรก็คอยช่วยเหลือตลอด และการที่เลือก KMU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่แพทย์สภายังไม่ได้รับรอง (ขณะนี้ได้ผ่านการรับรองแล้ว) ทั้งยังไม่เคยมีคนไทยไปเรียนนั้นมาก่อนทำให้เราไม่มีข้อมูลภายในของ KMU เลย แต่พี่ๆที่ NT ก็เดินทางไปถึงที่มหาวิทยาลัย ไปถ่ายรูปมาให้เราดู หาคำตอบให้กับคำถามหลายๆอย่างของเราได้ คอยตามเรื่องเอกสาร แนะนำขั้นตอนที่เราต้องดำเนินการอย่างละเอียด เรียกได้ว่าดูแลครอบคลุมทุกอย่างเลยค่ะ ทำให้ประทับใจพี่ๆทุกคนมาก
 

Q:เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อจะไปเรียนในครั้งนี้ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนอย่างไรบ้าง และเมื่อไปเรียนแล้วเราคาดว่าเราจะมีการปรับตัวอย่างไร และมองอนาคตหลังเรียนจบอย่างไรบ้าง
A: การเตรียมตัวอย่างแรกเลยคือเรื่องภาษาทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพราะคิดว่าการสื่อสารคือสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งต่อมาที่เตรียมตัวคืออ่านหนังสือเรื่อง Anatomy ไว้ล่วงหน้า และก็ศึกษาประวัติศาสตร์จีนไว้ด้วยค่ะ ก่อนไปไม่ได้คาดหวังอะไรต่อการเรียนเลย แค่คิดว่าเรียนยังไงไม่ให้เครียดมาก และสามารถสนุกไปกับการเรียนได้ เมื่อไปเรียนแล้วก็คงต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนในชั้นแล้วก็อาจารย์ ส่วนเนื้อหาการเรียนก็ก็ต้องยอมรับว่าจากหลักสูตรที่เห็นคร่าวๆมีหลายวิชาที่ไม่ถนัด ก็คงจะต้องปรับวิธีเรียนใหม่ด้วย ส่วนอนาคตหลังเรียนจบอยากสอบใบประกอบวิชาชีพทั้งของประเทศไทยและของประเทศจีนเลย หลังจากนั้นคงเรียนต่อเฉพาะทางด้าน EM ค่ะ ส่วนจะเรียนที่ไหนนั้นคงต้องดูอีกที
 

Q: สุดท้ายนี้อยากให้ ฝากข้อคิดต่างๆ ให้เพื่อน น้องๆหน่อยค่ะ  
A: สำหรับคนที่คิดจะเรียนแพทย์ ก็อยากจะเตือนให้กลับไปคิดดูดีๆว่าเราอยากเรียนแพทย์จริงๆรึป่าว ถ้าเราเรียนไปโดยที่ไม่ได้ชอบและต้องจบไปทำงาน สุดท้ายคนที่ต้องทุกข์ใจก็คือตัวเราเอง เพราะแพทย์ใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี ส่วนคนที่ตัดสินใจได้แล้วว่ายังไงก็จะเรียนแพทย์แน่ๆ ถ้ามั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกแล้วก็แค่เดินหน้าไปให้สุด และที่สำคัญอย่าเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือกไปแล้ว อย่าอาลัยอาวรณ์กับอดีตที่ผ่านมา เพราะอนาคตรอเราอยู่ สุดท้ายนี้อยากบอกว่าทุกอย่างมีทางออกเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาและเลือกใช้หรือเปล่า แต่ต่อให้ไม่มีทางออกจริงเราก็แค่สร้างทางขึ้นมาใหม่ และอย่าดูถูกขีดความสามารถของตัวเองเด็ดขาด เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราพูดว่า ทำไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่เคยลองก็เท่ากับเรากำหนดตัวเองไปแล้วว่าไม่มีความสามารถ

เดินหมื่นก้าวต้องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ :)

 

>> พี่ปิตี๋ (นักศึกษาแพทย์ KMU)

Q: แนะนำตัวเองหน่อยค่าา
A: Hey there,I'm Preety Suchonsamran from Bangkok.Half Indian-Thai.I finished my schooling from India in an international school and now I am studying in Kunming  medical university, China.

 

Q: ทำไมถึงเลือกเรียนหลักสูตรแพทยศาสตร์ที่ประเทศจีนค่ะ
A: China ranks first in higher education. It has the best studies for medicine and that's why I was eager to study I'm China.

 

Q: เลือกไปเรียนมหาวิทยาลัยไหนในประเทศจีน และทำไมถึงเลือกมหาวิทยาลัยนี้ค่ะ

A: To be honest, there were so many universities on my mind and I gave my application to 3 Medical universities in China, Sun yat sen university in Guangzhou was one of them but I ended up in Kunming medical university. If you compare my university to other universities, I can say that it has the best and challenging studies.

 

Q: เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อจะไปเรียนในครั้งนี้ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนอย่างไรบ้าง และมองอนาคตหลังเรียนจบอย่างไรบ้าง

A: I have always studied in a boarding school so I wasn't tough for me at all. I just made up my mind not to back out and move forward with what I have decided for my future

 

Q: เมื่อเราไปเรียนแล้ว การเรียนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ  ต้องปรับตัวอะไรบ้างในการเรียน  

A: I was always interested in science and I decided to take up MBBS as my major. I studied Biology, Chemistry and Physics in high school. I was told by many people to think twice                 before taking any step forward because studying medicine is not one's cup of tea. It was my decision and I know I'll have to do it no matter what, my parents have a lot of expectations           from me and I have to live to it. The studies here are very good.In the first year itself you study systemic anatomy, histology and embryology.These two subjects are quite difficult but           we are always having revision classes plus,there are visiting professors from National university of Singapore who comes in every 4 months.

Q: ความเป็นอยู่ น้องพักหอพักในมหาวิทยาลัย หรือหอพักนอกมหาวิทยาลัยค่ะ และอยู่คนเดียวหรืออยู่กับเพื่อนค่ะ ความเป็นอยู่เป็นอย่างไรบ้างค่ะ ต้องปรับตัวรึเปล่าค่ะ 

A: I am sharing a room with a girl from Nepal and I am staying in the international student's dormitory in campus.There are certain rules which we need to follow, our dormitory closes              at 22:00 pm and if we are out during weekends,we need to inform and submit a leave application to the teachers on duty. I like eating spicy food but after coming china I have to                    adapt to eating plain food. However, we have kitchen in our dormitory, so whenever I don't feel like eating street food or in the canteen I prefer cooking.

 

Q: สุดท้ายนี้เราอยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆน้องๆที่กำลังเตรียมตัวจะไปเรียนต่อ ฝากข้อคิดให้น้องๆหน่อยค่ะ          

A: To all those who's planning to come study in Kunming medical university, study hard and I am sure you'll make great friends and become a successful doctor one day (:

 

>> พี่ริน (นักศึกษาแพทย์ KMU)

Q: แนะนำตัวหน่อยค่า 

A: ชื่อ รินทร์ลภัส วัฒนศิริรักษ์​ค่ะ ชื่อเล่นชื่อรินค่ะ อายุ16ปีค่ะ 

 

Q: เรียนจบจากที่ไหน และกำลังจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนค่ะ

A: เรียนจบม.4 จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยค่ะ และกำลังจะไปเรียนต่อที่ KUNMING MEDICAL UNIVERSITY ค่ะ

 

Q: ทำไมเราถึงเลือกเรียนต่อที่ประเทศจีนคะ

A: เพราะจีนเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมาย มีระบบการศึกษาที่เข้มข้นเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก หลักสูตรแพทย์ที่จีนมีให้เลือกทั้งภาคธรรมดาและอินเตอร์ และเป็นหลักสูตรที่ WHO ยอมรับ เป็นประเทศที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางสั้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อที่ประเทศจีน ทั้งค่ากินค่าเรียนค่าหอพักรวมแล้วราคาถูกกว่าการไปเรียนต่อที่ประเทศอื่นๆ อีกทั้งภาษาจีนเป็นภาษาที่ปัจจุบันจัดว่าเป็นภาษาที่สำคัญอันดับต้นๆ การที่เราสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ เราก็จะได้รับประโยชน์หรือโอกาสที่ดีมากขึ้นค่ะ

 

Q: เลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยใดในประเทศจีน และเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยนี้

A: เลือกไปเรียนที่ KUNMING MEDICAL UNIVERSITY เพราะมหาลัยตั้งอยู่ที่เมืองคุนหมิง เป็นเมืองเอกในมณฑลยูนนาน มีภูมิอากาศเย็นสบาย ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัดและฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพไม่สูงมากเท่าปักกิ่งหรือเซียงไห้ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และใช้เวลาเดินทางเพียง2-3ชั่วโมง นอกจากนี้ที่KMU ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ WHO ยอมรับ  การจะไปเรียนต่อสาขาเฉพาะทางที่ต่างประเทศก็เป็นเรื่องง่ายค่ะ

Q: รู้จักศูนย์ NT Education จากช่องทางไหน และทำไมถึงตัดสินใจเลือกใช้บริการของ NT Education เป็นผู้ดำเนินการสมัครและให้คำแนะนำในการไปเรียนศึกษาต่อ

A: รู้จักศูนย์ NT Education จากเพื่อนค่ะ เพื่อนและรินช่วยกันหาเอเยนต์ในการไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน แล้วเพื่อนรินก็เจอศูนย์ NT Education เราทั้ง2จึงศึกษาจากทางหน้าเวปของศูนย์และได้ลองโทรติดต่อไปสอบถามจนมั่นใจ เราทั้ง2จึงวางใจให้ที่ศูนย์ NT Educationเป็นผู้ดำเนินการสมัครและให้คำแนะนำในการไปเรียนศึกษาต่อที่ประเทศจีนค่ะ

Q: มีความประทับใจในการให้บริการของ NT Education ตรงส่วนไหนมากที่สุด

A:ประทับใจในการให้บริการของ NT Education ทุกๆส่วนเลยค่ะ แต่ที่ประทับใจที่สุดคือประทับใจพี่ๆที่NT ค่ะ พี่ๆช่วยเหลือรินดีมาก ทั้งในเรื่องการเตรียมเอกสารต่างๆ การเรียนภาษาจีน ให้คำปรึกษาในเรื่องที่รินไม่เข้าใจหรือสงสัยจนรินเข้าใจ แล้วรินยังสามารถติดต่อหรือสอบถามได้ทั้งทางโทรศัพท์​ ไลน์​ หรือเมลล์ได้เสมอๆ

Q: เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างเพื่อจะไปเรียนในครั้งนี้ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนอย่างไรบ้าง และเมื่อไปเรียนแล้วเราคาดว่าเราจะมีการปรับตัวอย่างไร และมองอนาคตหลังเรียนจบอย่างไรบ้าง

A: รินมีการเตรียมตัวก่อนไปเรียนคือการไปเรียนภาษาจีนเพิ่ม เรียน BIO เพิ่ม และเรียนภาษาอังกฤษค่ะ หาTEXT BOOK ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เราคิดว่าเราอ่านแล้วเข้าใจ มีประโยชน์ในการนำไปประกอบการเรียนแพทย์ที่คุนหมิง และว่างๆก็ฟังเพลงภาษาจีน ภาษาอังกฤษว่าเราเข้าใจเนื้อหามากแค่ไหน ดูSERIES หรือหนังเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนให้ชิน หัดทำกับข้าวทานเอง ทำงานบ้านเองเพื่อให้รินชิน และจะสามารถอยู่ได้โดยไม่มีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยค่ะ ก่อนไปคาดหวังต่อการไปเรียนว่ารินจะสามารถเรียนได้รู้เรื่อง และจะสามารถทำได้ดีที่สุด รินอยากเป็นหมอตั้งแต่เด็กๆเพราะอยากจะเดินรอยตามคุณพ่อที่เป็นหมอ รินจึงตัดความกลัวความกังวลออกไป แล้วมุ่งหน้าต่อเพื่อจะเรียนแพทย์ และจบมาเป็นคุณหมอที่ดี ที่สามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้อีกมากมายเหมือนคุณพ่อ รินมองอนาคตหลังเรียนจบว่ารินจะไปต่อเฉพาะทางที่อเมริกา เพราะรินอยากทำงานเกี่ยวกับทางนิติเวศ หรือไปก็ไปต่อทางCOSMETIC ไปFELLOW ตามมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อหาประสบการณ์​ค่ะ

Q: เราคิดว่าผลการเรียนตอนมัธยมสะท้อนความสามารถของน้องได้ถูกต้องหรือไม่ และเราคิดว่าเรามีจุดเด่นอย่างไรถึงได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยในครั้งนี้

A: รินคิดว่าผลการเรียนตอนมัธยมไม่ได้สะท้อนความสามารถของรินได้ถูกต้อง เพราะจากระบบการศึกษาในประเทศไทยที่คนเก่งคนไม่เก่งวัดกันที่คะแนน หรือในเกรด ในตัวของรินเองก็มีผลการเรียนที่จัดว่าดีมาตั้งแต่เด็กๆ นั่นยิ่งทำให้รินคิดว่าความสามารถของรินไม่ได้วัดที่เกรดเท่านั้น ยังวัดที่การกระทำหรือสิ่งอื่นๆอีก เช่น รินสามารถเล่นเปียโนได้ ร้องเพลงได้ แต่ที่โรงเรียนก็ไม่เคยเอาความสามารถพิเศษเหล่านั้นมาใช้ในการตัดเกรด หรือให้คะแนนเลยสักครั้ง ส่วนในเรื่องจุดเด่นของรินซึ่งทำให้ได้รับการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ รินก็คิดว่าอาจจะเป็นความสามารถพิเศษต่างๆ ผลงานต่างๆที่เคยทำค่ะ

Q: สุดท้ายนี้อยากให้ ฝากข้อคิดให้น้องๆหน่อยค่ะ

A: รินอยากจะฝากข้อคิดว่า คนเรามีศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรามากมายเกินจะนับได้ ซึ่งศักยภาพเหล่านั้นถูกควบคุมด้วยความคิดของเราอยู่ ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็จะทำไม่ได้ แต่ถ้าคิดว่าทำได้ ร่างกายจะดึงศักยภาพทั้งหมดที่มีมาเพื่อให้เราสามารถทำสิ่งนั้นๆได้ ความกลัว ความเศร้าเสียใจ ความผิดหวัง การโดนดูถูกเหยียดหยามมีไว้ผลักดันให้เราเดินหน้าต่อ ไม่ใช่ให้ท้อแล้วเดินถอยหลัง บางทีชีวิตของเราก็มีอะไรอีกมากมายให้พบเจอ เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใครๆ หรือต้องทำตามใคร เพราะเราถูกสร้างมาให้แตกต่างกัน และในความแตกต่างนั้นก็มีความเป็นเลิศ ความดี และความสวยงามอยู่ในตัวเอง สุดท้ายนี้ขอยกตัวอย่างคำพูดที่รินชอบมากๆจากภาพยนตร์ที่รินประทับใจนะคะ  

"Life is like a box a chocolate, you never know what you’re going to get." - Forrest Gump-

 

>> รุ่นพี่ที่กำลังศึกษาอยู่ Kunming Medical University

                                       

JUTHATHIP RODNIRUN (P' ทิพย์ )         TUANGRAT (P' ปาล์มมี่)

จบจาก PAN-ASIA INTERNATIONAL SCHOOL           จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบ รังสิต