สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ NT Education 
Tel.088-238-5562,02-678-2071-2
LineID:@nteducation

 

 

รายละเอียดมหาลัยแพทย์อินเตอร์

เรียนแพทย์อินเตอร์ ประเทศจีน (MBBS)/เรียนต่อแพทย์ที่จีน/เรียนแพทย์จีน

>>ดูคลิปสัมภาษณ์นักศึกษาแพทย์เรียนแพทย์รุ่นพี่และผู้ปกครอง ได้ที่วิดีโอด้านล่างค่ะ <<

                

      ภาณุภัณฑ์ มีผล                        สิทธิพร  กมลเทพไพฑูรย์          หนึ่งฤทัย  แสงพรหม

       (น้องท๊อป)                                                          (น้องนิกส์)                                    (น้องหนึ่ง)

                                   สอบแพทย์ ผ่านใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ขั้นที่1

     ​ 

      โรงพยาบาลในไทยกำลังเติบโตมากขึ้นในทิศทางเดียวกันกับธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อรองรับคนไข้จากรอบโลก ลักษณะโรงพยาบาลปัจจุบันจึงเป็น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ คุณภาพระดับโลกและมีความเป็นนานาชาติดังเช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ ฯลฯ  นอกจากนี้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีแนวโน้มคนไข้ชาวต่างชาติมากขึ้น   เพื่อรองรับการเติบโตของโรงพยาบาลที่ขยายมากขึ้นในอนาคต โรงพยาบาลใหญ่ๆจึงมีความต้องการบุคลากรด้านการเรียนแพทย์ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. มีความรู้ด้านภาษา หลายภาษา โดยเฉพาะ แพทย์ ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และจีน  เนื่องจากเป็นภาษาที่มีการใช้มากในระดับนานาชาติ
2. มีความรู้เฉพาะทางในศาสตร์การแพทย์  จำเป็นต้องศึกษาต่อเฉพาะทาง  ซึ่งหากจะเรียนต่อในมหาลัยที่มีมาตรฐาน จำเป็นต้องจบจากมหาลัยที่มีมาตรฐานระดับสากล และมีพื้นฐานทางด้านภาษาที่ดีสำหรับหลักสูตรประเทศนั้นๆ
        หลักสูตรแพทย์อินเตอร์ที่จีน (MBBS) การเรียนแพทย์ ภาษาอังกฤษ จึงเป็นโอกาสที่ดีและเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับการศึกษาในสาขาอาชีพแพทย์ สำหรับการเรียนแพทย์ต่างประเทศ เนื่องจาก นักศึกษาจะได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบดังคุณสมบัติทั้งสองข้อด้านบน ต่อมาเรามาพิจารณาว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ เรียนแพทย์ แล้วประสบความสำเร็จ  เพื่อที่จะประเมินว่าทางเลือกที่มาทางเลือกใดเป็นทางเลือกที่เหมาะสมบ้าง

     ปัจจัยการ เรียนแพทย์ / เรียนแพทย์อินเตอร์ ให้ประสบความสำเร็จ จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

1. อาจารย์
        อาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ โดยกลุ่มนี้มักเลือกที่จะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา ฯลฯ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากกว่า คุณภาพชีวิตดีกว่าโดยเปรียบเทียบ ดังเช่น คนเก่งๆมักมีค่านิยมอยากทำงานหรือมาเรียนในกรุงเทพ เมืองหลวง เป็นต้น
2. นักเรียน
        นักเรียนเองต้องมีความตั้งใจเป็นอย่างมากทั้งด้านศาสตร์ทางการแพทย์และการเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มข้อได้เปรียบให้แก่ตนเองเมื่อจบมาทำงาน  แต่แน่นอนว่าการเรียนการสอนแพทย์ที่จีน นั้นจะหนักกว่าการเรียนหมอในไทย เนื่องจากผู้เรียนต้องเรียนภาษาจีน ควบคู่ไปด้วย
3. เครื่องมือ อุปกรณ์
        ความพร้อมด้าน เครื่องมือ และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์จะช่วยเปิดวิสัยทัศน์ของผู้เรียนได้ ซึ่งโรงพยาบาลในประเทศจีน มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆในเมืองหลักๆ จะมีความพร้อมด้านเครื่องมือในการศึกษา รวมทั้งในแง่การยอมรับสากลด้วยเช่นกัน สำหรับน้องๆที่สนใจจะเรียนต่อแพทย์ต่างประเทศ ในขั้นสูงต่อไป

 

ตารางเปรียบเทียบการเรียนต่อแพทย์จีน และ เรียนแพทย์ในประเทศไทย

University

Ranking

Standard

Tuition fee (Baht) / Year

City

Study Length

Fudan university

Asia ranking (10)

A++

350,000-400,000 บาท

Shanghai

5 ปี + 1ปี (ฝึกงาน)

China ranking (3)

Chulalongkorn university

Asia ranking (23)

A++

30,000-40,000บาท

Bangkok

6 ปี + 3ปี

(ใช้ทุน)

Thailand ranking (2)

Sun Yat-Sen University

Asia ranking (33)

A+

200,000-250,000 บาท

Guangzhou

6 ปี

China ranking (6)

Capital Medical university

Asia ranking (-)

A+

150,000-200,000 บาท

Beijing

5 ปี + 1ปี (ฝึกงาน)

China ranking (7)

มหาวิทยาลัยรังสิต

/แพทย์รังสิต

Asia ranking (-)

B+

450,000 บาท

Bangkok

6 ปี

Thailand ranking (10+)

มหาวิทยาลัยมศวประสานมิตร

/แพทย์ มศว

Asia ranking (-)

A

300,000 บาท

Bangkok

6 ปี

(อัพเดตข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2017)

อ้างอิงข้อมูล

1. Asia Ranking: http://www.topuniversities.com/node/2448/ranking-details/asian-university-rankings/2013 ,http://www.topuniversities.com/node/2279/ranking-details/asian-university-rankings/2013,http://www.topuniversities.com/university-rankings/asia-university-rankings/2012/faculty-area-rankings/life-science-biomedicine                   
2. China Ranking: http://www.at0086.net/rank/Top-10-China-Universities-for-Medicine-Study.html
                                                                                                                          
3. Thailand Ranking: 
http://www.qa.ku.ac.th/Download/ranking/QS.pdf 

4. http://www.gaokao.com/e/20140410/5346394f88c60.shtml 

จากตารางเปรียบเทียบ มหาวิทยาลัยแพทย์ที่จีน/แพทย์จีน ที่เราแนะนำ เทียบกับมหาวิทยาลัยแพทย์ในเมืองไทย จะเห็นได้ ดังต่อไปนี้

1. Fudan University  

 - อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียใกล้เคียงกัน ซึ่งต่างก็ถูกจัดอันดับในระดับ A++ มีชื่อเสียงระดับสากล
 - ระยะเวลาการเรียนสั้นกว่า
 - ได้ภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน
 - หลักสูตรได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก ได้แก่ WHO,USMLE,PLAB,MCI , PMDC, HPCSA, SMC
(Singapore Medical Council) และ รับรองโดยแพทยสภาไทย
 - มหาวิทยาลัยเปิดมาอย่างยาวนานและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในระดับประเทศและระดับอินเตอร์

 - หลังจากการพิจารณาเอกสารในการสมัคร จะมีขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ ก่อนประกาศผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา

  หมายเหตุ : ทางศูนย์จะให้คำแนะนำ/ประสานงาน ในการเตรียมเอกสารสมัครและขั้นตอนสอบสัมภาษณ์ทั้งหมด 

2. Sun Yat-Sen University 

-เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งในเมืองกวางเจา ประเทศจีน ก่อตั้งในปี คศ 1924 ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนาน  

- ติดอันดับ TOP rankingมหาวิทยาลัย 1 ใน 10 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศจีน ถูกจัดอันดับมหาวิทยาลัยแพทย์ในอันดับ 5 ของประเทศจีน (MBBS)

-มหาวิทยาลัยถูกจัดอันดับในระดัA+

-เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองสูงในตอนใต้ของประเทศจีน การเดินทางสะดวก เพราะสามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดินได้ทั่วทั้งเมือง รวมทั้งหมดประมาณ 9 สาย มีสายการบินที่บินตรงอยู่หลายสาย

-มีโรงพยาบาลในเครือหลายแห่ง ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีจำนวนเตียง และ มีเคสผู้ป่วยที่เพียงพอสำหรับนักเรียน

-รับนักศึกษาจากทั่วโลกจำนวนจำกัด การแข่งขันสูง

-ได้รับการจัดลำดับ ที่ 9 ใน Times Higher Education World University Rankings 2012–2013

-ได้รับการจัดลำดับ ที่ 6 ใน Academic Ranking of World Universities 2013

-ได้รับการจัดลำดับ ที่ 9 ใน QSWorld University Rankings: BRICS 2013

-มีการทำ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย จอนห์ ฮอบกิ้น สหรัฐอเมริกา(Johns Hopkins University) ในด้าน Medical Research Center for Clinical and Transnational Research

- หลักสูตรได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยได้รับการยอมรับจาก WHO,USMLE,MCI , PMDC, HPCSA,SCHS และแพทยสภาไทย

 

 
3. Capital Medical university

 -  Capital Medical University อยู่กรุงปักกิ่งเมืองหลวงของจีน ด้านอาจารย์บุคลากร และเครื่องมือ อุปกรณ์จึงมีความสะดวกสบายและมีมาตรฐานสากล
 - ถูกจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยแพทย์อินเตอร์ ลำดับที่ 1 ในกรุงปักกิ่ง และอันดับ 7(MBBS)ในประเทศจีน

 - เป็นมหาลัยที่เน้นด้านการสอนแพทย์โดยตรง เนื่องจากมีเปิดสอนคณะแพทยศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์เท่านั้น 

 - มหาวิทยาลัยถูกจัดอันดับในระดับ A+
 - ระยะเวลาการเรียนสั้นกว่า

 - มีโรงพยาบาลฝึกงานในเครือถึง 15 ที่เพื่อรองรับการฝึกงานของน้องๆ
 - ได้ภาษาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน
 - มีคณาจารย์จาก Peking University มาเป็นคณาจารย์ร่วมในการสอน ซึ่ง Peking University เป็นมหาลัยแพทย์อันดับ 1 ในประเทศจีน อยู่เมือง ปักกิ่งเช่นกัน
 - อัตราการแข่งขันในการเข้าศึกษาอยู่ที่ระดับปานกลาง ทำให้มีโอกาสเข้าศึกษาได้ค่อนข้างสูง
 - หลักสูตรได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ได้แก่ WHO,USMLE,PLAB,CMC Certified Medical Coder (Practice Management Institute), MCI(Medical Council of India), MMC(Malaysian Medical Council), MCC(Medical Council of Canada) และรับรองโดยแพทยสภาไทย

4. Kunming Medical University

-มหาวิทยาลัย KMU ก่อตั้งในปี คศ1933 ยาวนานกว่า 80 ปี
-เป็นมหาวิทยาลัยแพทย์จีนแพทยศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในมณฑลยูนนาน
-ตั้งอยู่ที่เมืองคุนหมิง เป็นเมืองเอกในมณฑลยูนนาน ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล ทำให้มีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี จึงถูกขนานนามว่า “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ”
-เมืองคุนหมิงอยู่ใกล้ประเทศไทยมาก เดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง
-ลักษณะภูมิอากาศ มีความสอดคล้องกับประเทศไทยทำให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว
-มหาวิทยาลัยย มีนักเรียนไทยไม่มาก  โดยทั้งหมดเป็นนักเรียนต่างชาติเป็นโอกาสทำให้ผู้เรียนได้ภาษารวดเร็วทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ
-มหาวิทยาลัยKMU มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศไทย อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฯลฯ มีโครงการการแลกเปลี่ยนนักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปฝึกงาน ณ โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยคุนหมิง ประเทศจีน

-มหาวิทยาลัยKMU ได้มีการเยือนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และพยาบาลศาสตร์หลายแห่งของประเทศไทย อาทิ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ คณะกายภาพบำบัด ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

-ระยะเวลาในการเรียน 6 ปี    

     ในขณะที่การเรียนแพทย์ที่ไทยนั้น สำหรับมหาลัยรัฐ การสอบแพทย์จะใช้คะแนนการ "สอบตรงกสพท." ยื่นร่วมกับข้อสอบกลาง โดยคะแนนต้องผ่านตามเงื่อนไขของแต่ละมหาลัยในการยื่นสมัครสอบ ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากการประกาศผล การแข่งขันค่อนข้างจะสูงมาก รวมทั้งมหาลัยเอกชน ได้แก่ แพทย์รังสิต แพทย์ม.สยาม แพทย์ มศว  จะมีการจัดสอบตรงแพทย์ ด้วยข้อสอบของตัวเอง ซึ่งการแข่งขันก็สูงมากเช่นกันและค่าเรียนที่จะสูงกว่าโดยเปรียบเทียบ

 

 

 ดูภาพรุ่นพี่ การเรียนการสอน รับน้อง เพิ่มเติมทั้งหมด ได้ที่ : http://www.nteducation.net/nt-gallery

สอบถามเพิ่มเติม :  088-238-5562 ,02-678-2071-2

Email : natjakan@nteducation.net  

LINE ID:@nteducation

 

 

Clip ต่างๆ

 
00:00