fbpx

กลเม็ดเรียนการเรียนภาษาจีนให้ได้ผล

ว่ากันตามทักษะ การสื่อสารทั้ง 4 ฟัง พูด อ่าน เขียน เป็นสิ่งที่ควรจะฝึกฝนควบคู่กันไป ถึงจะอ่านออก เขียนได้ ฟังรู้เรื่องและตอบเป็น หลายคนที่เรียน(รวมทั้งผู้เขียน) ยังอาจพบปัญหาหนึ่ง คือ ฟัง-พูด-อ่าน ได้คล่อง แต่จะลงมือจรดปากกาเขียนแต่ละครั้งนึกทีไรก็นึกไม่ออก ก็เพราะเราอ่อนซ้อมเรื่องการฝึกเขียน ยิ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะร่างเขียนอะไรก็ใช้สิบนิ้วเคาะแป้นเอา นานวันเข้าก็ยิ่งเขียนไม่เป็น

ภาษาจีนมีลักษณะเฉพาะที่เป็นอักษรภาพ ใช้เส้นขีดแทนตัวอักษรสื่อความหมาย มองๆไปยิ่งคล้ายภาพวาด ต่างจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ประกอบคาจากพยัญชนะและสระ ลองผสมกันก็พอจะอ่านออกแม้ไม่รู้ความหมาย แต่อักษรจีนไม่แสดงเสียงอ่าน เราจึงต้องฝึกคัดและท่องจำอย่างเดียว

การเรียนภาษาจีนให้ได้ผล มีวิธีแนะนำดังต่อไปนี้ เลือกสถานที่เรียน ระดับชั้นเรียน หรือ ห้องเรียนตามที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ไม่ท้อแท้ และมีกาลังใจในการเรียนอยู่ตลอดเวลา พยายามใช้สิ่งที่เรียนมาในแต่ละวันให้มากที่สุด ทุกครั้งที่มีโอกาส พร้อมทั้งพยายามสร้างบรรยากาศเรียนภาษาให้กับตนเองอยู่เสมอโดยเฉพาะเมื่ออยู่นอกห้องเรียน เช่นฟังรายการวิทยุ ดูรายการทีวีที่ชอบ คบหา แลกเปลี่ยนกับเพื่อนชาวต่างชาติ หรือ เพื่อนชาวจีน โดยใช้ภาษาจีนกลางเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนพูดคุย หมั่นซักถามข้อสงสัยจากอาจารย์ หรือผู้รู้อยู่เสมอ ทั้งเนื้อหาในบทเรียนและนอกบทเรียน นักเรียนที่ดีต้องไม่รู้สึกเกรงใจกับเรื่องเช่นนี้เป็นอันขาด การใช้ภาษาให้ถูกต้องตามหลักไวยกรณ์ รวมทั้งการฝึกออกเสียงภาษาจีนและสำเนียงให้ชัดเจนตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะผู้เริ่มเรียน แต่ก็ไม่ควรพะวงมากเกินไปจนถึงกับพูดไม่ออก

ภาษาจีนนั้นมีสำเนียงนับร้อยๆคนจีนเองส่วนใหญ่ก็พูดภาษาจีนกลางมาตรฐานแท้ๆ และพบเห็นได้ทั่วไปที่คนแต่ละท้องถิ่นพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บางครั้งเมื่อเราพูดไปแล้วคนจีนฟังไม่รู้เรื่อง หากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ให้พยายามพูดซ้ำ พูดช้าๆและชัดกว่าเดิม และถ้าเป็นไปได้ให้ถามถึงข้อผิดพลาดเมื่อสักครู่ เพื่อจดจำและนำไปแก้ไขปรับปรุงตต่อไป การเรียนภาษาให้ได้ดี ต้องไม่อายและกล้าที่จะพูดผิด สามารถฝึกการเขียนได้โดยการหมั่นคัดตัวอักษรจีน หรือ เขียนบันทึกประจำวันทุกๆวันจนชินมือ การเพิ่มspeed ในการอ่านสามารถฝึกได้โดยการกวาดสายตาไปตามหนังสืออย่างรวดเร็ว และพยายามแปลความหมายโดยการนึกออกมาเป็นภาพ การอ่านออกเสียงในใจจนเคยชิน อาจทำให้ความเร็วในการอ่านช้าลง เนื่องจากต้องพะวงอยู่กับการออกเสียง นอกจากนั้น การที่เรามักจะนึกคำแปลเป็นภาษาไทยอยู่เสมอ ก็ยิ่งมีผลต่อความเร็ว การอ่าน การฟัง รวมถึงการพูดด้วยเช่นกัน การฝึกภาษากับเจ้าของภาษาเป็นสิ่งที่ควรหาโอกาสให้มากที่สุด การได้โอกาสคบหาเพื่อนชาวจีนเป็นวิธีที่ดี ที่จะได้เรียนรู้ ถึงภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณีของเขา หากการเข้าหาเพื่อนชาวจีนเป็นสิ่งที่ยากลำบากสำหรับคุณ หรือหากคุณยังไม่ทราบว่าจะเข้าหาพวกเขาอย่างไร
อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผล และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ คือการว่าจ้างนักศึกษาจีนมาช่วยเป็นติวเตอร์ให้ ซึ่งโดยทั่วไป ค่าจ้างตกอยู่ที่ประมาณ 10-20 หยวนต่อชั่วโมง ส่วนเนื้อหา และรูปแบบขึ้นอยู่กับเราเป็นผู้กำหนด รวมทั้งเวลาและสถานที่เรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนเพื่อเสริมเนื้อหาในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียน เพื่อติวสอบ วัดระดับภาษาจีน หรือแม้แต่สอนแกะเนื้อร้องในคาราโอเกะ ซึ่งทั้งหมดนี้นอกจากเป็นการได้เสริมความรู้ในสิ่งที่เราต้องการแล้ว ยังเป็นการได้เพื่อนชาวจีนเพิ่มมากขึ้น และสามารถหากิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ในช่วงวันหยุด เช่นการไปเที่ยวตามสวนสาธรณะ ตลาดสด หรือ ทำอาหารร่วมกันทาน เป็นต้น เด็กนักเรียนจีนทั่วไปพูดภาษาจีนกลางได้ค่อนข้างชัด แต่หากต้องการติวเตอร์ที่มีทักษะการสอน และความรู้ภาษาจีนก็ควรหาจากคณะภาควิชาภาษาจีนภายในมหาวิทยาลัยโดยตรง โดยติดต่อกับอาจารย์ที่คณะภาควิชานั้นๆ เพื่อช่วยคัดเลือกและแนะนำนักเรียนที่มีความสามารถทางการสอน พูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจน และมีความประพฤติดี เป็นต้น หรือหากกรณีสถานที่ๆคุณเรียนอยู่มีคณะภาควิชาภาษาไทย หรือมีผู้สนใจเรียนภาษาไทย อีกทั้งภาษาอังกฤษ หากเรามีความรู้ด้านนี้พอสมควร ก็สาสมารถทาการติดต่อเพื่อทาการแลกเปลี่ยนกันได้ พยายามหัดสังเกตตัวอักษร ป้ายชื่อถนน ร้านต่างๆเป็นประจำ ถึงแม้ยังอ่านไม่ออก ก็คุ้นเคยไว้ก่อน ซึ่งต่อไปก็จะจดจำตัวอักษรจีนได้ง่ายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเองและระลึกอยู่เสมอว่า การเรียนภาษาจีนนั้น สามารถศึกษาได้จากทุกๆสิ่งรอบตัว ทุกที่ ทุกเวลา การเรียนภาษาให้สนุกเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามวิธีหนึ่งที่ได้ผล คือ ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ และเข้าหาภาษาจากทางนั้น เช่น การสนทนาพูดคุย การร้องเพลง คาราโอเกะ ดูรายการทีวี เช่น ละคร การ์ตูน หรือ ข่าว ฟังรายการวิทยุ เขียนบันทึก หรือจดหมาย เป็นต้น

ข้อฝากทิ้งท้าย การเรียนภาษาเป็นเรื่องสนุก กุญแจสำคัญอยู่ตรงที่ว่า “สนุกกับการได้ใช้ และพัฒนามันอยู่ทุกวันเท่านั้นเอง”