fbpx

แพทย์แผนจีน แพทย์ฝังเข็ม

(Traditional chinese Medicine)

การแพทย์แผนจีนมีประวัติอันยาวนาน นับแต่ยุคโบราณบรรพชนของจีนได้เรียนรู้ถึงการแพทย์จากการต่อสู้กับธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด จึงทำให้ค้นคิดวิธี “เปียนสือ” (ใช้หินกดจุด) และ “กู่เจิน” (การฝังเข็มโดยใช้เข็มที่ทำมาจากกระดูกสัตว์) โดยพื้นฐานของวิธีนี้พัฒนาไปเรื่อยๆ จนเป็น “เจินฉื่อ เหลียวฝ่า” (ฝังเข็มกดจุด) แล้วก่อเกิดเป็น “จิงลั่วเซวียะซัว” (ตำราเส้นลมปราณ)

 

เล่าประสบการณ์จากนักศึกษาแพทย์รุ่นพี่ ประเทศจีน

คงจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสังคมในอดีตมีความแตกต่างกับสังคมในปัจจุบันเป็นอันมาก ทั้งในเรื่องการดำเนินชีวิต การงาน อาชีพ และเรื่องอื่นๆที่เข้ามามีอิทธิพลในชีวิต สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเลือกเพื่อที่จะเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีคือ โอกาสทางการศึกษา การเลือกโอกาสทางการศึกษานั้นมีหลายรูปแบบ โดยขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้ศึกษาที่จะต้องนำความรู้ต่างๆเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต

สำหรับน้องๆที่กำลังพิจารณาสนใจในการศึกษาต่อด้านแพทยศาสตร์ NT Education ได้รวบรวมบทสัมภาษณ์และประสบการณ์จากนักศึกษา แพทย์ รุ่นพี่ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นทางเลือกประกอบการพิจารณาสำหรับน้องๆทุกท่าน

        แพทย์แผนจีนเป็นวิชาทางการแพทย์ของชาวจีนที่ใช้เพื่อรักษาผู้ป่วย ซึ่งก็มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 5,000 ปีเลยทีเดียว โดยในปัจจุบันการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนกำลังได้รับความนิยมในไทยมากขึ้น เพราะสามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้จริงและมีประสิทธิภาพไม่แพ้กับการรักษาด้วยการแพทย์แผนตะวันตกทีเป็นที่นิยมทั่วโลก

       การรักษาแบบแพทย์แผนจีนมีอะไรบ้าง ?

แพทย์แผนจีนนั้นมีรูปแบบการรักษาที่หลากหลาย ซึ่งอาจเลือกวิธีการรักษาแตกต่างกันไปตามอาการและจุดประสงค์ ดังนี้

  • การฝังเข็ม
    การฝังเข็มเป็นการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กและบางฝังเข้าไปยังจุดต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเบามือเพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการผิดปกติ เช่น อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนของการฝังเข็มนั้นเริ่มจากการฝังเข็มเข้าไปในร่างกาย จากนั้นอาจมีการหมุนหรือขยับเข็มเพื่อสร้างพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ โดยระยะเวลาการฝังเข็มส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 10-20 นาที

  • การครอบแก้ว
    การครอบแก้วเป็นการนำวัตถุลักษณะคล้ายถ้วยมาทำให้เกิดสูญญากาศและครอบลงตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งภาวะสูญญากาศในแก้วจะดูดเลือดมายังผิวหนังบริเวณที่ครอบแก้วลงไป มักใช้รักษาโรคและภาวะผิดปกติ เช่น ภาวะโลหิตจาง ปวดหัวไมเกรน โรคผิวหนัง ภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะซึมเศร้า เป็นต้น โดยการครอบแก้วอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่างรอยช้ำ รอยไหม้ ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก รวมถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณผิวหนังอีกด้วย

  • ยาสมุนไพรจีน
    แพทย์แผนจีนนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ไฟ เหล็ก และไม้ ซึ่งแต่ละธาตุจะแตกต่างกันไปตามรสชาติหรือกลิ่นของสมุนไพร มักใช้รักษาโรคและความผิดปกติ อย่างไข้หวัด อาการล้าเรื้อรัง โรคนอนไม่หลับ ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง ยาสมุนไพรของจีนนั้นมีส่วนผสมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะจากพืช สัตว์ รวมถึงแร่ธาตุต่าง ๆ ในปัจจุบันได้มีการนำสมุนไพรจีนมาพัฒนารวมกับยาแผนปัจจุบันอีกด้วย

หลักสูตรแพทย์แผนจีน ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำ

  • เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนจีนมหาวิทยาลัยแรกๆของประเทศจีน มหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1958 ถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนที่มีความเก่าแก่และมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน

  •  โรงพบยาบาลที่ใช้ในการเรียนการสอน First Teaching Hospital และ Second Teaching Hospital เป็นโรงพยาบาลที่การจัดลำดับให้อยู่ในระดับ First class ของประเทศจีน

  • First Teaching Hospital ได้รับการยอมรับให้เป็นโรงพยาบาลที่มีแผนกฝังเข็มใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

  • Second Teaching Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง และเป็นศูนย์กลางในการวิจัยหลัก มีการผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนจีน และการแพทย์แผนตะวันตก และยังมีความโดดเด่นในด้านนรีเวชวิทยา และมีการค้นคว้าโรคที่มีการรักษายาก หลายโรค

  • ในแต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 2,000 คน มาจาก 40 ประเทศทั่วโลก

  • เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลก

  • เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งแรกๆ ที่มีการเปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนจีน ซึ่งมหาวิทยาลัยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1956

  • เป็นหนึ่งใน 100 มหาวิทยาลัยที่ได้นับการพัฒนาให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับชาติตามโครงการ “National 211 Priority Project”

  • มหาวิทยาลัย Beijing University of Chinese Medicine ได้ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ไม่น้อยกว่า 300,000 คน ซึ่งในจำนวนนั้น มีทั้งชาวจีน และชาวต่างชาติ จาก 87 ประเทศทั่วโลก

  • การเรียนการสอนทุกวิชา สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งอาจารย์คนจีน และอาจารย์ชาวต่างชาติ

  • การเรียนการสอนเรียน เรียนรู้จากสถานการณ์จริง โดยจะทำให้นักศึกษาได้เข้าใจได้ง่ายขึ้นปราศจากความกดดันทางด้านภาษา

รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร

เอกสารประกอบการสมัคร หลักสูตรแพทย์แผนจีน (TCM) มีดังนี้

1. ใบแสดงผลการศึกษา Transcript ภาษาอังกฤษ ฉบับจริง 1 ฉบับ

2. ใบจบการศึกษา Diploma ภาษาอังกฤษ ฉบับจริง 1 ฉบับ

3. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว จำนวน 7 ใบ(พื้นหลังสีขาว)

4. สำเนาหนังสือเดินทาง (อายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6เดือน)

5. กรณีเรียนภาคภาษาจีน ยื่นผลทดสอบ HSK ระดับ 4 เพื่อประกอบการพิจารณา

6. กรอกใบสมัครของทางศูนย์

ข้อกำหนดในการเข้าศึกษาต่อ

1.จบการศึกษาขั้นต่ำหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย

2.อายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 35 ปี

 

ควรสมัครเมื่อไหร่

สามารถเตรียมเอกสารและยื่นสมัครมาได้ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม จนถึงเดือนมิถุนายน  ของทุกปี